Support
www.it108connect.ran4u.com
062-5193997 , 02-4582949
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

WHY? สาย LAN สายเร็ว ต้องสาย LINK

krieng_nt@yahoo.com | 16-03-2560 | เปิดดู 2075 | ความคิดเห็น 0

- สาย LINK CAT 5E คุณสมบัติสูงกว่าสาย CAT 5E ยี่ห้ออื่น ๆ เพราะออกแบบมาเพื่อรองรับ Bandwidth ที่ 350 MHz ซึ่งสายทั่วไปรองรับที่  100 - 200 MHz และ LINK CAT 6 ULTRA ออกแบบเพื่อรองรับ Bandwidth 600 MHz สูงกว่ามาตรฐานที่ระบุ 250 MHz อีกทั้ง CAT6A มีทั้ง UTP,U/FTP และ F/UTP ที่ Band width 750 MHz สูงมากกว่ามาตรฐาน  500 MHz

- สินค้า LINK เป็นสินค้าที่ผลิตมาเพื่อรองรับตลาดสายสัญญาณระบบ Cabling โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้งานเป็นหลักดังจะเห็นได้จากหน่วยงานใหญ่ ๆ ในประเทศไทยได้เลือกใช้ เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ ศูนย์ราชการจามจุรีสแควร์ เซ็นทรัลเวิลด์  สาย การบินต่าง ๆ ทำเนียบรัฐบาล การไฟฟ้าผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กองทับเรือ ธนาคารทุกธนาคาร บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ล่าสุด การบินไทยและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้ให้ความไว้วางใจผลิตภัณฑ์ CAT 6A ของ LINK อีกด้วย

- เหตุผลที่ LINK เป็นสินค้าคุณภาพสูงสุด ผ่านการรับรอง UL และ INTERTEK แต่สามารถทำราคาได้ย่อมเยากว่ายี่ห้ออื่น เพราะการบริหารกลไกของราคาโดย LINK บวกค่าการตลาดน้อยมากและวิธีสั่งซื้อสินค้าคราวละมาก ๆ เพื่อได้ต้นทุนที่ถูกกว่า

 

สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกใช้สาย CAT 6A

 

- ไม่ควรมัดสาย CAT 6A ด้วย Cable Tie เพราะสาย CAT 6A เป็นสายที่เปราะบางถ้าใช้ Cable Tie จะมีผลต่อค่าการลดทอนของสัญญาณได้ (Attenuation) ดังนั้นเพื่อให้ประสิทธิภาพดีควรทำสายให้วงกว้างๆ หรือทำเป็นห่วงคล้องสายไว้ก็ได้ (Hook-Any-Loop)

 

- Packaged รูปแบบของบรรจุภัณฑ์ของ CAT 6A จะเป็น Roll ซึ่งมีความแตกต่างกับ CAT E5 และ CAT6 ที่จะเป็น Pull Box ดังนั้นผู้ใช้งานจะต้องวางแผนทั้งเรื่องการติดตั้ง การจัดเก็บ และการขนส่งด้วย

 

- เรื่องน้ำหนัก เนื่องจากสาย CAT 6A มีขนาดใหญ่ขึ้นทำให้มีน้ำหนักมากขึ้นกว่าสาย CAT E5 หรือ CAT6 ดังนั้นจึงควรเลือกจำนวนสายให้เหมาะสมกับ Cable Tray โดยจำนวนสายที่มากที่สุดจะไม่เกิน 50 เส้น และเมื่อต้องนำสายหลายขนาดมาใส่ใน Cable Tray ควรเอาสาย CAT 6A กดทับสายเส้นเล็ก

 

- จะต้องมีรัศมีการโค้งงอที่มากกว่าปกติ ตามมาตรฐานจะมีรัศมีการโค้งงอได้มากที่สุดคือ 4 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางสาย ดังนั้นสายยิ่งมีขนาดโตวงโค้งของการโค้งงอก็จะใหญ่ขึ้น ดังนั้นควรคำนวณเรื่องพื้นที่ด้วย

 

- ต้องทดสอบมากกว่าปกติทั่วไป เนื่องจากสาย CAT 6A จะรองรับความถี่ได้ถึง 500 MHz ซึ่งสัญญาณที่มีความถี่ตั้งแต่ 350 MHz จะมีการรบกวนข้ามสายสัญญาณ (Alien Crosstalk : AXT)(CAT E5 = 100 MHz ,CAT6 = 250 MHz) ดังนั้นเมื่อต้องรับงานทดสอบจึงต้องเผื่อทั้งเรื่องเวลาและงบประมาณด้วย

 

CAT 6A ใช้สาย UTP หรือ F/UTP ดีกว่ากัน ?

 

 

      มาตรฐานสาย UTP หรือ F/UTP จะแบ่งหมวดหมู่ของสายเป็น Category ตามความสามารถในการรองรับความถี่ในการส่งสัญญาณ หรือบางท่านอาจเรียกง่าย ๆ ว่าความเร็วในการส่งสัญญาณ โดยมีหน่วยวัดเป็น MHz ได้แก่ CAT 3 รองรับ 1-16 MHz ; CAT E5 รองรับ 1-100 MHz ; CAT 6 รองรับ 1-250 MHz ; CAT 6A รองรับ 1-500 MHz ; เป็นต้น

 

      ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ต้องการสื่อสารกันด้วยความเร็วที่สูงขึ้นมาก จนทำให้เกิดสนามแม่เหล็กไปรบกวนคู่สายของสายสัญญาณอื่น ๆ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาโดยง่ายจึงได้ออกแบบให้ใส่ Foil ( screen ) หุ้มสายสัญญาณและเรียกสายสัญญาณว่า F/UTP ( Foil Twisted Pair ) แต่การเพิ่ม Foil หุ้มสายเป็นการเพิ่มต้นทุนของสายสัญญาณ ดังนั้นผู้ผลิตบางรายจึงพยายามออกแบบโครงสร้างของสาย UTP ให้มีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันสนามแม่เหล็กรบกวนโดยอาจต้องตีเกลียวให้แน่นขึ้น ซึ่งทำให้ต้นทุนทองแดงยาวขึ้นและในบางครั้งกรณีต้นทุนโครงสร้างของสาย UTP อาจจะแพงกว่าสาย F/UTP ก็ได้เช่น สาย UTP CAT 6A จะแพงกว่าสาย F/UTP CAT 6A เป็นต้น

      ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคือ โครงสร้างการออกแบบสาย UTP CAT 6A ที่มี PVC Slot รอบสายสัญญาณที่ต้องใช้ต้นทุนการผลิตสูงกว่า CAT 6A F/UTP แต่ต้นทุนของ CONNECTOR ของระบบ UTP System จะมีราคาที่ถูกกว่าระบบ F/UTP อยู่มาก ดังนั้นเมื่อคำนวณต้นทุนสายสัญญาณรวมกับ CONNECTOR จะพบว่าต้นทุนของ UTP System CAT 6A จะถูกกว่า F/UTP System แน่นอนและในอนาคตจะนิยมใช้ UTP มากกว่า F/UTP เพราะใช้งานง่ายกว่าและหาซื้ออุปกรณ์ได้ง่ายกว่า

ความแตกต่างระหว่างสาย CM และ CMR…! 

CM และ CMR เป็นมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านอัคคีภัยและสภาพแวดล้อม โดย Jacket ของสาย CMR จะมีอัตราหารต้านไฟในแนวดิ่งได้ดีกว่า Jacket ของ CM ดังนั้นสาย CMR จึงสามารถใช้เดินในแนวดิ่งระหว่างชั้น (Riser) ได้ดีกว่าสาย CM แต่หากใช้สาย CM เดินในท่อเหล็กก็จะได้คุณสมบัติด้านความปลอดภัยทางอัคคีภัยที่ไม่แตกต่างกัน ข้อดีของสาย CM ก็คือราคาถูกว่าสาย CMR แต่คุณภาพจะด้อยกว่า CMR ถ้าใช้เดินในแนวดิ่ง

 

ขอบคุณข้อมูลน่ารู้จาก INTERLINK COMMUNICATION

ความคิดเห็น

วันที่: 31-10-2020

แสดงความคิดเห็น
All Comments: 0 Pages: 1/0